ประมวลงานงิ้วเพรชบูรณ์ โอ้วววว กว่าจะได้เขียน ๕๕๕๕๕

กลับไปเพรชบูรณ์คราวนี้ได้รถคู่ใจขับไปด้วยทุกอย่างเลยฉลุยตั้งแต่เริ่มต้น การเดินทางสวนกระแสน้ำท่วมจึงบังเกิดขึ้น ขับรถกินลมชิลๆ ด้วยความเร็ว ๑๓๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง ด้วยน้ำหนักในรถที่เต็มไปด้วยเสื้อผ้าร่วม ๕๐ โล ขับแบบพญายมแทบกราบเห็นสิบล้อเป็นเบียดเห็นมอไซด์เป็นปาด สร้างความสนุกสนานแก่ผู้ร่วมทางเป็นอย่างมาก

 

คล้อยบ่าย ท้องชักกิ่วจึงเริ่มมองหาร้านฝากท้องเหลือบไปเจอร้านอาหารบรรยากาศโคตรพ่อโคตรแม่ชิลชื่อร้าน ธาราดล บริกรสุภาพจนแทบจะกราบตีน บรรยากาศชวนฝัน ข้างหลังเห็นเขา มีรถรางรถไฟผ่าน ลมตึง เปิดเพลงเบาๆ อาหารรสดีไม่แพ้บรรยากาศ ใครอยากชิมลองไปหาแดกกันเอาเองนะครับ (แต่บริการระดับเทพหมดไปแค่วันนี้ เพราะขากลับก็แวะแดกอีกรอบ บริการระดับอัศวินเหี้ยทองคำ บริกรหน้าตาพ่อตายมาก อะไรมันจะรีบลดระดับตัวเองขนาดนั้นวะ)

 

ถึงเพรชบูรณ์ก็เริ่มดึก มุ่งสู่หมอนนอนกลิ้งๆ จนถึงเช้าเตรียมพร้อมสำหรับงานงิ้ว

 

อย่างที่ทราบว่ากลับเพรชคราวนี้เป้าหมายหลักคือไปขายเสื้อผ้ากับเมีย ส่วนเรื่องดูดวงนั้นตอนแรกกะไปดูขำขำ ไม่เกิน ๒๐ คน แต่ปรากฎว่า เหยดดดดดดดดดดดดด ลูกค้ามโหฬาร วันนึงอย่างต่ำๆ ก็ต้อง ๘ คนขึ้นปายย เรียกได้ว่าเปลี่ยนจากอาหารออเดิร์ฟเป็นอาหารจานหลักคงมิผิดนัก ไปๆ มาๆ ได้กำไรจากดูดวงมากกว่าขายเสื้อซะงั้น ไปๆ มาๆ คนเค้าเลยเรียกว่าหมอดูงานงิ้ว เหยดดดดดโคตรเท่ห์ วันนี้ล่าสุดมีลูกค้าจากเพรชโทรมาหาบอกว่าไปดูให้หน่อยได้เบอร์จากเพื่อนมา โอ้วววว ขอบคุณที่โทรหานะครับแต่กูกลับกรุงเทพแล้นๆๆๆๆๆ

 

กลับมางวดนี้จะบอกว่ามาตั้งใจขายของคงไม่ถูกซะทีเดียว เพราะจริงๆ ก็ตั้งใจมาหย่อนสมอง หาพ่อแม่ยุ้ยและน้องพลอย ไปไหว้พระอาจารย์ เรียกง่ายๆ ว่าจะมาพักผ่อนว่างั้นเถอะ ที่นี่ทุกอย่างยังเหมือนเดิม ป้าสิทธ์กับลุงจิตใจดีเรียกกินข้าวทุกวัน พี่โจ๊กกับละก็ยังคงแนวไม่เปลี่ยน (แนวก๊ง) พ่อ+แม่+น้องพลอยก็อบอุ่น และนังเบียร์แมวที่สามารถร้องขึ้นมาเฉยๆ โดยไม่ต้องมีเหตุผลเหี้ยอะไรทั้งสิ้น

 

ด้านผมและภรรเมียที่เคารพก็สนุกกับการปล่อยให้ลูกๆ ทั้ง ๒ กวนตีนยามดึก พอกูจะนอนแม่งเอาแระไอ้สัตว์ ปีนขึ้นหัวกูมั่ง ดูดหูกูมั่ง จะบอกว่าตลอดทริปนี้ตอนกลางคืนไม่ได้นอนเลยคงถูก อาศัยมานอนตอน ๖ โมงเช้าถึงได้ตื่นซะตะวันโด่งหัวขีก

 

ร้านอาหารประจำที่ต้องมาชิมนั่นคือไก่ย่างบัวตอง ซึ่งมาคราวนี้ รู้สึกไม่อร่อยเอาซะเลยทั้งไก่ ทั้งกับแกล้ม ที่อร่อยคงมีแค่ส้มตำทอด สงสัยทางร้านคงลดคุณภาพลงไป น่าเสียดายนะสำหรับร้านนี้ อีแบบนี้ต่อไปหากจะมากินอีกคงสั่งแต่ส้มตำทอดแล้วล่ะ และคงต้องมองหาร้านอาหารใหม่ไปด้วย

 

โดยสรุป สนุก สงบสุข หากมีเวลาจะแว่บไปบ่อยๆ ไปชาติแบตให้ชีวิต ชีวีจะได่ผ่องใสเด้อขรั่บเด้อ

 

 

ปล. บันทึกงวดนี้สังเกตุว่าไม่มีภาพประกอบห่าอะไรเลยอันเนื่องมากจากเน้นใช้กล้องถ่ายลูกค้าดูดวงซะเยอะ จึงขออภัยในความลายตาอันเนื่องมาจากตัวอักษรพรืดมา ณ ที่นี้

วันนี้ไปสะพานพุทธหลังจากไม่ได้ไปนานเป็นปีๆ ได้ ไปถึงต้องตกใจกับความเงียบเหงาที่ผิดไปจากที่เคยไปมาก จากแต่ก่อนต้องไหลไป แต่มาวันนี้เดินแบบสบายๆ คล่องตัวเลยทีเดียว

 

ไปที่สะพานพุทธก็ต้องแวะร้านกระเป๋าเจ้าประจำนั่นคือร้านกระเป๋าGhost art เป็นกระเป๋ากันไฟแฮนเมดที่ผมอุดหนุนเป็นประจำด้วยเอกลัษณ์เฉพาะตัวและความโคตรทนของตัวกระเป๋าที่ขอบอกว่าทนเหี้ยๆ แถมยังเท่ห์เซอร์ๆ เก่าๆ เป็นแนวที่ผมชอบพอดี ซื้อจนซี้กับเจ้าของไปแล้ว

 

ไหนๆ ก็นานๆ มาทีเลยสอยกระเปาไป ๒ ใบนั่นคือกระเป๋าใส่ Ipodและ กระเป๋าใส่เศษตังค์เล็กๆ ในราคาลูกค้าเก่าแก่ เห่อๆๆๆๆ

กระเป๋าใส่ Ipod ตัวนี้ไม่มีลวดลายก็เลยเดินไปหน้าสะพานพุทธไปเห็นร้านเฮนน่าก็เลยเข้าไปให้เค้าเพนท์ลายให้ ปรากฎว่าเจ้าของร้านนิสัยโคตรดีไม่เอาเงินซะงั้น ทำฟรี! โอ้วววววว จอจ ในโลกนี้ยังมีอีกหรือที่ทำให้ไม่เอาตังค์ แถมทำแบบเต็มที่อีกต่างหากไม่ใช่ทำส่งๆ นั่งทำของเราแบบฟรีๆ ร่วมๆ ๒ ชั่วโมงได้ ประทับใจจนต้องเขียนบันทึกออกมา

ใครสนใจเฮนน่าราคาไม่แพง คนในร้านนิสัยโคตรดีสามารถตามตัวได้ครับเบอร์นี้ ๐๘๑๖๒๙๓๕๓๐ ชื่อคุณโรจน์ผลงานก็ตามรูปด้านบนเลยครับ

 

ประทับใจจริงๆ ทำให้เราได้รู้ว่าในโลกนี้ยังมีคนที่มากน้ำใจแบบนี้อยู่อีกแม้ในสังคมที่ต้องดิ้นรนก็ตาม ^^

 

 

สำหรับตลาดสะพานพุทธใครสนใจจะรองสัมผัสสักครั้งสามารถไปเดินเล่นกันได้ตั้งแต่ ๖ โมงเย็นยันตี ๓ เปิดทุกวันยกเว้นวันจันทร์ ไม่ได้หยุดวันพุทธอย่างที่ทุกๆ คนเข้าใจเด้อ

ไพ่สำหรับนัก XCM จ้า

posted on 14 Feb 2011 04:22 by spiritsun

วันนี้อยู่ๆ ก็นึกครึ้มอยากเขียนถึงไพ่ที่เหมาะแก่การตัด XCM สักเล็กน้อย เพราะเรื่องนี้ก็เคยเป้นปัญหาของผมเหมือนกันว่า ควรจะใช้ไพ่อะไรดีหนอ ถึงเหมาะกับเรา????

 

ก่อนอื่นต้องออกตัวก่อนว่าที่เขียนนี่ไม่ใช่จะรู้อะไรเยอะ แต่เขียนมาจากที่เคยใช้ เคยสัมผัส (จนไพ่บวม) ฉะนั้นจึงแนะนำไพ่ที่เหมาะกับ XCM พาะที่ผมเคยใช้แล้วเท่านั้นนะครับ

 

๑ Tally Ho ไพ่ที่เรียกได้ว่าเหมาะแก่นัก XCM จริงๆ หากพูดถึง XCM ใครๆ ก็ต้องนึกถึง Tally Ho ก่อนเหตุผลเรียบง่ายเพราะเนื้อไพ่แข็ง ทนทาน ทนมือและบางครั้งมันก็ทนตีนอีกทั้งราคาถูกกว่ายี่ห้อหรือไพ่แข็งๆ ชนิดอื่นๆ ปัจจุบันทำออกมาสีปกติราคาไม่แพงมี ๒ สีครับนั่นคือ น้ำเงินและแดง หากชอบอะไรพิเศษๆ ก็ล่อสีดำไปโลดกับรุ่น Black Viper สีดำนี่มีดำเก่า ดำใหม่วุ่นวายให้เหล่านักสะสมเสียเงินซื้อซะงั้น และยังมีสรโคตรพิเศาอย่างสีเขียวที่ผลิตแค่ในญี่ปุ่นเท่านั้นอีกด้วย

 

ด้านลายหลังมี ๒ แบบครับคือ Fan Back กับ Circle Back ถ้าถามว่าอันไหนดี ก็ขึ้นอยู่กับรสนิยมล้วนๆ แล้วครับตรงนี้ ใครอยากอ่านต่อละเอียดๆ เชิญที่นี่ต่อครับ http://darkpun.multiply.com/journal/item/851

และ

http://www.youtube.com/watch?v=Ag0Mvk8Zjd8

 

ท่านประมุขแนะนำว่า

“หลังจากใช้งานมา ขอบอกว่าเป็นไพ่ที่ดีมากๆ หากเทียบกับราคาและคุณภาพ ขอบอกว่าสวดยอดจริงๆ เป็นไพ่ที่ผมแนะนำให้มือใหม่ๆสอยมาใช้กันครับ ถ้ารู้สึกว่า ไบค์ธรรมดาไม่ทนมือพอ”

 

๒ 1001 Aladdin ไพ่ที่น่าสงสารที่สุดใน ๓ ภพ เพราะโดยไพ่กากอย่างตราเพรชขโมยหลังไพ่จนบางคนเข้าใจผิดว่าไพ่อลาดินทำไมถูกแบบนี้วะ

 

จุดเด่นของไพ่อลาดินที่ทำให้นัก XCM ชอบเพราะมันเป็นไพ่ SMOOTH FINISH แล้วห่าอะไรวะ SMOOTH FINISH มันก็คือตัวทำให้ไพ่ลื่น แต่มันไม่ลื่นหัวแตกแบบไพ่ปกติที่เป็น Air-Cushion Finish หรือที่เรียกว่าเนื้อผิวไพ่มันเป็นรูเล็กๆ ให้อากาศผ่านได้ ไพ่จึงโคตรพ่อโคตรแม่ลื่น ซึ่ง อลาดินไม่ใช่ครับ ผิวไพ่เรียบจะว่าไป ความรู้ตอนใช้ไพ่อลาดินแทบไม่แตกต่างกับใช้ไพ่ตราเพรชเลย ต่างกันตรงแข็งกว่า ทนกว่าและแพงกว่าแค่นั้น มี ๒ สีให้เลือกครับนั่นคือ หลังแดงและน้ำเงินตามสูตร

 

ท่านประมุขแนะนำว่า

“หากใครฝึกหรือชอบไพ่ตราเพรชแล้วอยากโกอินเตอร์ 1001 Aladdin คือทางเลือกที่ควรอย่างยิ่ง”

 

๓ Bee Wynn Casino นี่คือไพ่ที่ผมใช้ประจำตัวอยู่ครับ ขอบอกครับขอบอกว่าใช้งานดีมากๆ เหตุผลสุดแสนจะง่าย เพราะมันคือไพ่ที่แม่งแข็งที่สุดตั้งแต่เคยจับมา ไม่ติดว่าโดนน้ำแล้วบวมมันคงเกิดใหม่ไปเป็นไพ่พลาสติกไปแล้วล่ะ ๕๕๕

 

หลังไพ่มีแบบเดียว แต่แลดูสากลยิ่งนัก จะว่าไปก็ละม้ายคล้ายเฮีย Jerry's Nugget Deck ไพ่ขั้นเทพพอสมควรตรงที่ไม่เล่นหลังไพ่มากเกิน เอาเรียบๆ พอ เหมาะกับคนที่ไม่ชอบหลังไพ่รกๆ เน้นการใช้งานและแลดูสากล

 

สีไพ่นี่บางท่านเข้าใจว่ามันมี แค่ ๓ สีนั่นคือ แดง น้ำเงินและสีน้ำตาล จริงๆ มันมีสีดำด้วยครับแต่หายากมาก จนใครๆ ก็ไม่คิดว่ามันมี

 

น่าเสียดายที่ Bee Wynn Casino ปัจจุบันเกิดเฮี้ยนเลยผลิตซะงั้น เป็นเหตุให้ไพ่ราคาขึ้นแบบกวนส้นตีนมาก แถมตัวคนเขีนนเองเสือกทะลึ่งทำไพ่หายพร้อมคลิปหนีบอย่างแพง เป็นเหตุต้อวงเพียรซื้อใหม่เจอราคาปรับใหม่เข้าไปแม่จ้าววววว ถึงขั้นงงเลยทีเดียว ฉะนั้นน้องๆ หนูๆ ท่านใดคิดจะซื้อล่ะก็กลับไปคิดอีกรอบว่าราคาตอนนี้ไหวไหม หากไม่ซีเรียสอะไร Tally Ho ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ

ดูต่อเชิญที่นี่ครับ http://www.youtube.com/watch?v=zExJJf9X40s

 

ท่านประมุขแนะนำว่า

“เป็นไพ่โคตรดี เหมาะแก่การตัดไพ่เมพขิงๆ แต่น่าเสียดายที่มันแข็งไปจนทำให้สปริงไพ่ยากและแฟนลำบาก แต่หากคุณสาย    XCM ผมแนะนำครับ”

 

๔ Smoke & Mirror ไพ่สุดดังของแฟนอินจัน D&D ที่ปัจจุบันทำออกมาทั้งหมด ๕ เวอร์ชั่น ขอดีของไพ่ซีรี่ย์นี้คือ ความสวยหรูในการดีไซด์ ความแข็งระดับพอๆ กับ Tally Ho แต่ลื่นกว่ามาก

 

มันคือไพ่แรร์ครับ ตัวผมเคยจับ เคยใช่แค่รุ่น ๓,๔,๕ แค่นั้น ก็ขอเขียนถึงแค่ ๓ รุ่นหลังนี้แล้วกันว่า แจ่มมาก ใช้แล้วชอบ ใช้แล้วภูมิใจเพราะความหายากของมัน น้องใหม่หลายๆ คนคงสงสัยว่าทำไมมันแพง ทำไมมันหายาก เพราะ D&D ผู้ผลิตมันอยากให้ไพ่มันเป็นตำนาน จึงผลิตแล้วเลิกครับ ไม่ทำต่อ เรียกได้ว่าหากของหมดกูไม่ทำเพิ่มให้พวกมึงคุณลูกค้าไปเก็งกำไรกันเอาเองซะ ทำให้ตลาดค้าไพ่ครึกครื้นจนผมรำคาญมาก (๕๕๕๕)

 

สีไพ่ซีรีย์นี้คงคอนเสป Smoke & Mirror นั่นคือสีดำและขาว แต่มันก็แค่ ๓ รุ่นแรกเท่านั้นเพราะหลังจากรุ่น ๔ เป็นต้นมาก็เห็นทำสีเดี่ยวและหลังไพ่ลายง่ายๆ เหมือนหมดมุกหรือมันขี้เกียจทำก็มิอาจทราบได้ ฉะนั้นใครชอบลายหลังไพ่รกๆ (แบบผม) ชอบไพ่ที่มีคอนเสปล่ะก็ ไปแสวงหารุ่น ๑ – ๓ ซะ แต่หากชอบอะไรที่มันเรียบๆ ไปจนถึงเรียบมากกกกกกกกกกก ก็สอยใกล้ๆ ตัว ๔ – ๕ ครับ

ดูต่อเชิญที่นี่ครับ http://www.youtube.com/watch?v=twmdAIAva4I

 

ท่านประมุขแนะนำว่า

“ใครที่เล่นสายครึ่งควบลูกอย่าง มายากลด้วย XCM ด้วยและชอบอะไรที่มันแลดูเนี๊ยบๆ เรียบๆ ไฮโซในตัว นี่คือไพ่ที่ควรมีอย่างน้อย ๑ สำรับครับ”

 

๕ ไพ่ตระกูล KARNIVAL หากเทียบหมัดต่อหมัดในเรื่องเนื้อไพ่ KARNIVAL คือไพ่ที่เนื้อไพ่ใกล้เคียงป๋าเทพ Jerry's Nugget ที่สุดแล้ว (หากไม่นับไพ่โค๊กนะครับ) ด้วยดีไซด์ดุเดือด กระโหลกและเลือดทำให้ถูกใจขาร็อกอย่างผมเอามากๆ

 

เนื้อไพ่แข็ง ขอบสากจับถนัดและโดดเด่นที่สุดเห็นจะไม่พ้นดีไซด์ของไพ่ที่คงคอนเสปโหดสนองตัญหานักตัดไพ่โรคจิตของผมได้อย่างดีเยี่ยม ถ้าไล่ดูวิวัฒนาการของซีรีย์ KARNIVAL จะเห็นว่า ๔ ตัวแรกคงคอนเสปหัวกะโหลกเอาไว้ ได้แก่ Karnival, Midnight (ชอบมาก), Assassins และ Renegades พอมารุ่นที่ ๕ อย่าง Ryujin เริ่มแตกแถวกลายเป็นไพ่มังกรทองซะงั้น เล่นเอาแฟน Karnival อย่างผมมึนทิศไปพอสมควร พึ่งกลับมาตั้งหลักได้กับตัวล่าสุด Dead Eyes พอหายใจได้ทั่วท้องหน่อย ใครใคร่อ่านรีวิวตัวนี้ละเอียดๆ เชิญที่นี่ต่อนะครับ http://darkpun.multiply.com/journal/item/936

 

ท่านประมุขแนะนำว่า

“ดีไซด์จ๊าบ ไม่น่าเบื่อเหมาะกับคนที่ชอบอะไรฉูดฉาด แต่เสียดายที่ลายมันจ๊าบเกิ๊นจนทำให้เล่นกลไม่ได้ เหมาะกับเป็นไพ่สะสมและไพ่ตัดที่ดีมากตัวหนึ่งเลยล่ะครับ”

 

 

 

เท่าที่เคยจับๆ ลูบๆ คลำๆ มาก็เห็นจะมีประมาณนี้ เขียนเอาพอสังเขป ใครใคร่อยากให้รีวิวตัวไหนสามารถส่งไพ่มาให้ผมได้ ผมจะขอยึดไพ่เป็นเวลา ๑ วันจากนั้นจะส่งคืนให้ (ถ้าใจถึงให้เลยจักขอบคุณมั่กๆ ๕๕๕) ไม่คิดเงิน ไม่เสียตังค์ แต่รีวิวแบบตรงไปตรงมา เหี้ยด่าเหี้ยนะครับ คงไม่ด่าคุณจระเข้น้อยแน่ๆ สำหรับใครก๊อปรีวิวไพ่ผมไปทำมาหาแดกหรือเอาไปแปะที่อื่นกรุณาแจ้งผมและอย่าเสือกลบเครดิตผมเชียว ไม่งั้นข้าขอสัญญาว่าข้าจะเอาพวกเอ็งนั่นแหละมาประจานบนเวปยังสื่ออินเตอร์ทุกแขนง น่ากลัวไหม ๕๕๕๕๕

 

โดย

ประมุขพรรคมาร

วันนี้เดินทางไปยังเพรชบุรีเพื่อถ่ายรูป pre wedding โดยยกขโยงขณะเดินทางอย่างกะทอดพระป่ารถ ๒ คันได้แก่

 

นิชา = พลขับ

เปี๊ยก = ผู้ติดตาม

เบล = ช่างภาพวีดีโอ

ยุ้ย = นางแบบ

กู = นายแบบ

ท๊อป = ช่างภาพ

โย = ช่างภาพ

ฮอลล์ = ช่างภาพมือ ๒

รี่ = เมียโย

กอล์ฟ = คนแต่งหน้า

เอก = คนนำทาง

 

การเดินทางลุยกันตั้งแต่ต้นจนจบ แต่มาสะดุดตรงที่แต่งหน้าที่โคตรพ่อโคตรแม่นานขั้นเทพ ทำให้งานล่าช้าและผิดพลาดไปกันหมด แต่ไม่เป็นไร เอาให้ทุกอย่างออกมาดีและแก้ไขเฉพาะหน้ากันไปก่อนค่อยว่ากัน

 

ลอตแรก ถ่ายที่หาดเจ้าสำราญ แดดโคตรร้อน ทรายนี่อย่างกะเอาไว้ฝึกฝ่ามือทรายเหล็ก แต่รูปออกมาสวยชื่นมื่นสมกับที่ฝ่านรกมา

 

ลอต ๒ ไปยังเขาหลวง งานนี้ไม่ร้อนแต่เสี่ยงตายปีนหินเพื่อถ่ายรูป เรียกได้ว่าเบื้องหลังนี่ถ่ายไปเสียวไปสนุกดีจริงๆ

 

ลอต ๓ ไปยังสวนสาธราณะตรงสนามหญ้านิดหน่อย

 

ลอต ๔ มาจบที่หาดเจ้าสำราญอีกครั้ง แต่คราวนี้เน้นถ่ายตรงหินกันคลื่นและการจัดวางแสงพอถ่ายออกมาสวยโคตรพอใจมากๆ

 

 

งานนี้สุดโคตรใช้งานช่างภาพคุ้มและนางแบบนายแบบหมดพลังชีวิตที่จะทำห่าอะไรต่อได้ ส่วนรูปเดี๋ยวเอาไว้ได้มาแล้วจะนำมายลนะครับ เอาไปดูเล่นๆ รูปนึงก่อนเด้อ

วันนี้นี่เองมันก็ซื้อหนังสือเกี่ยวกับการถามตอบคำสอนต่างๆ มา

 

ผมยืนอ่านอยู่พักใหญ่ มีหลายคำถามที่น่าสนใจเช่น

แผ่ส่วนกุศลให้ชาวต่างชาติ ฝรั่งจะได้บุญไหม?

ทำบุญต้องกรวดน้ำทุกครั้งรึเปล่า?

อาชีพอะไรที่ทำแล้วสร้างบาปให้ตัวเองโดยไม่รู้ตัว?

ทำบุญกับทำทานต่างกันอย่างไร?

การทำบุญที่เหมาะกับตัวเราในชาตินี้?

และอีกสารพัด? ที่น่าสนใจ

 

แต่ที่โดนใจผมที่สุดคือเรื่องนี้ครับ

การทำบุญมันมีสเต็ปการได้บุญ ประมาณว่า ทำบุญกับสัตว์เดรัจฉาน ๑๐๐ ตัวมิสู้ทำบุญกับคนธรรมดา ๑ คน  ถ้าทำบุญกับคน ๑๐๐ คนมิสู้ทำบุญคนที่ถือศีล ๕ เพียง ๑ คนอะไรทำนองนี้

 

มันก็จะไล่ระดับความตีบวกของบุญไปเรื่อยๆ ประมาณ ๑๕ ขั้น ในขั้ย ๑๔ คือการทำบุญกับพระปักเจกพระพุทธเจ้า คือการถวายสัฆทานกับพระพุทธเจ้าเลยทีเดียว แต่บุญทั้งหมดที่กล่าวมา ไม่มีบุญไหนที่จะเหนือกว่าการ “ให้อภัย”

 

และที่เหนือกว่าให้อภัยคือการที่ตัวเราเองครองศีล ๕

 

ต่อไปนี้ข้าพเจ้าจะเริ่มเรียนรู้การให้อภัยแล้วครับ

วันนี้เล่าสมาชิกกลุ่ม Street Magic Group (S.M.G) ที่ก่อตั้งขึ้นมาก็มารวมตัวกันจนได้ โดยมีแกนนำทั้ง ๕ ได้แก่ ข้าพเจ้า เต้ บอย เดียวและน้องกัน โดยแต่ละท่านวันนี้กระหน่ำโชว์มายากลข้างถนนกันอย่างสุดตัว แป๊ปบ้าง แหล่มบ้างตามประสาโดยมุ่งความสนใจไปยังคนดู สาวๆ ขาขาวๆ เป็นซะส่วนมาก ซึ่งกระแสตอบรับใช้ได่เลยทีเดียว

 

พูดไปก็เท่านั้น ดูคลิปกันเลยดีกว่าครับ

ปล. เสียดายเมมผมเต็มจริงๆ มีอีก ๑๐ กว่าชุดที่อยากเอามาโชว์นะนี่นะ อย่างว่าหนังโป๊เยอะเกิ๊นโทรศัพท์ตู ๕๕๕๕

 

กลุ่ม Street Magic Group (S.M.G) ครับ

http://www.facebook.com/home.php?sk=group_169341093098948

 

 

เสร็จกิจจากกลก็พาไอ้นุ้ยและแอนไปกินข้าวกันที่โจ๊กโภชนา ไอ้นุ้ยตุ๊ดหน้าบวมขึ้นอย่างมาก สงสัยตอนอยู่ร้านแอบแอนแดกขนมลูกเดียวถึงบวมขนาดนี้ กูรู้มึงแอบอ่านอยู่ ไปลด นน. ซะเดี๋ยวเหมือนพี่จิ๋มนะมึง ๕๕๕๕

 

ในที่สุดก็คลอดสักทีกับเกมส์บอร์ดไทยสายเลือดใหม่กับเกมส์ชื่อตรงตัวว่า Battle Beast ปฏิบัติการสมรภูมิเดือด

 

ผมรู้จักเกมส์นี้ตั้งแต่ยังไม่ออกมาเป็นรูปเป็นร่างผ่านร้านกาณืดเกมส์ที่แวะไปแจมประจำแถวยูเนี่ยนมอลล์ และวันนี้เจ้าของร้านก็โทรมาบอกว่า คลอดแล้วเด้อกับเกมส์ที่เฝ้ารอ ผมไม่รอช้าจึงรีบไปสอยมา ๑ กล่องใหญ่ครบชุด ๑๑๐ ใบจบบริบูรณ์

 

ข้างบรรจุภัณฑ์สวยหรูสมราคาที่สอยมา เรื่องรายละเอียดการเล่นคงไม่ต้องบรรยายอะไรมากมาย อยากรู้ไปตามอ่านเอาที่เวปต้นแบบได้เลยที่  http://www.battlebeastgames.com แต่ที่ชื่นชอบคือ มันเป็นเกมคนไทยทำและแลดูอินเตอร์เอามากๆ หลักการเล่นเข้าใจโคตรง่ายแถมเป็นการืดเกมส์แบบจบในตัวไม่ต้องแสวงหาห่าอะไรมาวุ่นวายมากมาย คือซื้อทีเดียวอยู่ไม่ต้องสะสม ไม่ต้องแสวงหากาณืดเทพๆ เพื่อความเมพของตัวเอง และ ๑ กล่องเล่นได้ ๒ – ๗ คนแหนะ

 

โดยส่วนตัวผมว่าคุ้มค่าเงินทึ่ซื้อมา ส่วนใหครที่ชั่งใจอยู่ดูภาพการ์ดประกอบการตัดสินใจได้ครับ ^^ 

เซียนกระบี่

posted on 02 Oct 2010 05:51 by spiritsun
ปีนี้เขียนนิยายออกมา ๒ เรื่อง
เรื่องแรกจบไปแล้วกับนิยายสืบสวนสอบสวน เหลือแค่ภาพประกอบและรอประกวดปีหน้า

แต่อีกเรื่องนี่น่ะซิ เป็นนิยายกำลังภายในที่เขียนมาตั้งแต่ต้นปีแล้ว เหลือแค่ตอนจบที่ยังไม่สามารถเขียนได้ เหตุผลคือ เรื่องนี้วางโครงไว้ถึง ๓ ภาคจบ แต่ด้วยความรอบคอบของผมเองที่กังวลว่ามันเป็นนิยายที่ค่อนข้างเฉพาะกลุ่มและอ่านยากพอสมควร จึงคิดตอนจบแบบจบแม่งภาคเดียวดีหรือต่อภาค ๒ ดีวะเนี้ยะ

 

ในนิยายเรื่องนี้ มีตัวละครสนองตัญหาผมค่อนข้างเยอะ (ตัวละครสนองตัญหาคือตัวละครที่อยากอ่าน อยากเห็นแต่ไม่มีใครเขียนก็เลยเขียนเองแม่งขึ้นมาซะเลย) ในบรรดาตัวละครทั้งหมด มีอยู่ตัวหนึ่งที่บทน้อยนานๆ โผล่ทีแต่มีความเท่ห์และพาวเวอร์มากๆ อยู่ตัวหนึ่งนั่นคือ

 

เซียนกระบี่บูรพา

สิ่งที่โดดเด่นที่สุดบนใบหน้าหาใช่ริ้วรอยเหี่ยวย่นที่แม้จะไม่มากแต่พอทราบว่าอายุมันล่วงเลยวัยฉกรรจ์มานานแต่นั้นคือคิ้วและหนวดที่เรียวเล็กเป็นสีขาวเส้นผมที่มัดเกล้าเรียบร้อยเป็นสีขาว ไม่เว้นแม่แต่เครื่องแต่งกายตลอดชุดของมันยังเป็นสีขาว ไม่ว่าจะเป็นกางเกง เสื้อผ้าไปจนถึงผ้าคาดเอวทุกอย่างเป็นสีขาวหมด แม้มองผ่านๆ สามารถทราบได้ทันทีว่าเนื้อผ้าของชุดเซียนกระบี่ถักทอมาจากผ้าไหมชั้นดีราคาแพง มือขวามันถือ 1 ใน 10 ศาสตรา “เพลิงคิมหันต์” ฝักกระบี่สีแดงสะท้อนแสงดูคล้ายแสงแดดยามพลบค่ำ ด้ามกระบี่ถักทอด้วยด้ายสีน้ำตาลสะท้อนแสงเฉกเช่นเดียวกับฝักกระบี่ ทุกท่วงท่าของมันหาได้มากเกินงามหรือน้อยเกินไป เหมือนกับว่าทุกๆ วินาที ทุกๆ กิริยาบทของมันอยู่ในการควบคุมของมันเองไว้หมดอย่างหมดจด

 

ข้างบนผมดึงมาจากนิยายที่กำลังเขียนอยู่ เซียนกระบี่คือเป็น ๑ ใน ๑๐ ยอดยุทธ บุรุษผู้ถูกกล่าวขานยอมรับจากผู้ฝึกกระบี่ทั่วยุทธภพให้เป็นบุรุษผู้อยู่เหนือเหล่าผู้ฝึกกระบี่ในใต้หล้า เจ้านครสายฟ้าผู้ปกครองทิศตะวันออก โดยที่เซียนกระบี่มีคู่ปรับคือ จอมดาบไร้คู่เปรียบ ทั้ง ๒ ประลองไม่เคยรู้ผลแพ้ชนะ ทั้งคู่ต่างเป็นผู้ท้าชิงฉายาไร้พ่ายมานานปีดีดักแล้ว

 

ใจนึงผมอยากจะเขียนต่อให้ถึงฉากการประลองตัดสินของคู่นี้จริงๆ แต่มันอยู่ในภาค ๒ นี่น่ะซี่

 

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกก ต้องการแรงบันดารใจโว๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

 

 

แถม

อาจารย์ของเซียนกระบี่บูรพาคือ เซียนกระบี่ไร้พ่าย ที่แตกฉานสำเร็จแล้วซึ่งวิชากระบี่ หลังจากสำเร็จศาสตร์แห่งกระบี่จึงได้แฟ้นหาผู้สืบทอด เมื่อถ่ายทอดวรบุทธให้แก่เซียนกระบี่คนปัจจุบันแล้ว เซียนกระบี่ไร้พ่าย จึงได้ทุ่มเทเวลาทั้งหมดเพื่อให้ตนสำเร็จแล้วซึ่งความเป็นเซียน หลังจากนั้นก็ไม่เคยมีผู้ใดพบเห็นเซียนกระบี่ไร้พ่ายอีก จากปากคำของเซียนกระบี่บูรพากล่าวว่า อาจารย์ได้สำเร็จวิชาเซียนและเหินฟ้าขึ้นไปยังกระบี่ไปยังสวรรคแล้ว ว่ากันว่าผู้ที่สำเร็จวิชาเซียนจะไม่แก่ไม่ตาย เป็นที่สุดของความฝันของเหล่าชาวยุทธนั่นคือ ไร้เทียมทาน อมตะและชื่อเสียงทุกอย่างสำเร็จที่เซียนกระบี่ไร้พ่ายหมดแล้ว (ถ้ามันเป็นเรื่องจริง?)

ที่มาของการยิ้ม

posted on 17 Sep 2010 01:56 by spiritsun

มีหลายคนที่ให้ความสำคัญกับการยิ้มอย่างมาก แต่ผมค่อนข้างเชื่อว่าหลายคนอีกเหมือนกันที่ไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วการยิ้มนั้นแท้จริงมันมาจากไหน พื้นฐานของการยิ้มมาจากอะไร และอะไรคือต้นกำเนิดของการยิ้ม

 

อย่างที่รู้แหละว่าบรรพบุรุษของเราคือลิง ไม่ได้แปลว่าลิงยิ้มเวลาดีใจนะครับ เรื่องของเรื่องมันมาจากหากลิงเวลาอยู่ในป่า และหากมันไปยินเสียงที่น่าจะส่งผลให้คิดว่าอันตรายต่อตน มันก็จะแยกเขี้ยวพร้อมจะกระโจนใส่อย่างในสารคดีนั่นแหละครับ แต่หากตอนที่กระโจนนั้นปรากฏว่าไอ้ที่คิดว่าเป็นศัตรูเสือกเป็นเพื่อนซะงั้น ตัวเองก็จะหุบเขี้ยวเพื่อรักษามิตรภาพไว้ แต่ปรากฏว่าหุบเขี้ยวไม่ทันครับก็เลยเหลือท่าแยกเขี้ยวแต่หุบริมฝีปากลงมาหน่อยจนกลายมาเป็นท่ายิ้มอย่างใจปัจจุบัน นั่นแปลว่า “กูไม่คิดทำร้ายมึงนะ แต่ก็พร้อมที่จะขย้ำตลอดเวลาหากมึงมาทำร้ายกูก่อน”

 

 

นี่แหละความหมายของการยิ้มล่ะ ^^

ความหมายไพ่

posted on 10 Sep 2010 10:14 by spiritsun

 นักมายากลทุกคน ต่างเคยจับไพ่มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน หลายคนมีไพ่ในความครอบครองมากมาย แต่คุณเคยสงสัยบ้างไหม ทำไมไพ่ถึงต้องมี ๕๒ ใบ (ยังไม่รวม Joker อีก ๒ ใบ) 

ทำไมไพ่ถึงต้องมี แจ็ค, ควีน (แหม่ม), และ คิงส์   ทำไม่ถึงไม่มีเฉพาะตัวเลข และคำถามอื่นๆอีก 

ผู้เขียนเองเคยสงสัยเกี่ยวกับเรื่องนี้มานาน และบังเอิญได้อ่านเจอบทความเกี่ยวกับเรื่องไพ่

ซึ่งในนั้นได้มีคำอธิบายเกี่ยวกับข้อสงสัยนี้เอาไว้ด้วย (ต้องขออภัยที่ไม่สามารถหาบทความชิ้นนี้มาอ้างอิงได้ เนื่องจากได้อ่านเจอมานานมากแล้ว)

 

โดยมีคำอธิบายไว้ดังนี้

- ไพ่ ๑ สำหรับจะประกอบไปด้วยไพ่ ๕๒ ใบโดยเลข ๕๒ นี้จะเท่ากับจำนวนสัปดาห์ใน ๑ ปี

- ไพ่ ๕๒ ใบจะแบ่งออกเป็น ๔ ชุดๆ ละ ๑๓ ใบ ซึ่งไพ่ ๑ ชุด (๑๓ ใบ) จะหมายถึงข้างขึ้นข้างแรม

- ผลรวมจำนวนแต้มบนหน้าไพ่ทั้งหมดจะเท่ากับ ๓๖๔ แต้มและไพ่โจ๊กเกอร์แทนแต้มที่หายไป ๑ แต้ม รวมแล้ว ๓๖๕ แต้ม เท่ากับจำนวนวันใน ๑ ปี ส่วนโจ๊กเกอร์อีก ๑ ตัวจะแทนปีที่เดือนกุมภาพันธ์มี ๒๙ วัน

- ใน ๑ สำรับ จะประกอบด้วย ไพ่สีแดง จำนวน ๒๖ ใบ   และ ไพ่สีดำ อีกจำนวน ๒๖ ใบ ซึ่งมีความหมายเหมือนกับว่า โลกของเราถูกแบ่งออกเป็น ๒ ส่วนคือ ส่วนที่ได้รับแสงจากดวงอาทิตย์ เราเรียกส่วนนี้ว่าซีกโลกด้านสว่างและส่วนที่ไม่ได้รับแสงจากดวงอาทิตย ์เราเรียกส่วนนี้ว่าซีกโลกด้านมืด หรือ เรียกง่ายๆ ว่าฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก นั้นเองโดยไพ่สีแดง หมายถึงฝั่งตะวันออก ส่วนไพ่สีดำ หมายถึงฝั่งตะวันตกผู้เขียนคิดว่าอีกนัยหนึ่ง อาจจะหมาย ถึงจิตใจของมนุษย์ ที่แบ่งออกเป็น ความดี และ ความชั่ว ก็เป็นได้

- ดอกจิก ข้าวหลามตัด โพธิ์แดง โพธิ์ดำ จะแทน ๔ สิ่งที่มีสำคัญในชีวิตคนเรา

โดยดอกจิกจะหมายถึงความรู้

ข้าวหลามตัดหมายถึงทรัพย์สมบัติ

โพธิ์แดงหมายถึงความรัก

โพธิ์ดำหมายถึงความตาย

 

- แจ็ค แหมม คิงส์ จะแทนธรรมชาติของมนุษย์ โดย แจ็ค หมายถึง ชายหนุ่มคิงส์ หมายถึง ชายสูงวัย ส่วนแหมม จะหมายถึงหญิงสาว

- หากคุณลองสังเกตดูจะพบว่าไพ่แจ็คดอกจิกจะหันหลังให้ดอกจิก ส่วนคิงส์ดอกจิกจะหันข้างให้ นั้นก็แปลว่า ในวัยเด็กคนเราจะไม่ค่อยชอบศึกษาหาความรู้แต่จะชอบการเที่ยวเล่นมากกว่า แต่พอโตขึ้นก็จะเริ่มหันมาสนใจมากขึ้น

- ไพ่แจ็คข้าวหลามตัด จะหันข้างให้ ส่วนคิงส์ข้าวหลามตัดจะจ้องมองตรงๆ ซึ่งหมายถึงบุคลเมื่อวัยหนุ่มจะไม่สนใจทรัพย์สมบัติมากนักแต่เมื่อเติบโตขึ้นก็จะเริ่มให้ความสนใจกับเรื่องทรัพย์สมบัติเป็นอย่างมากอาจจะเนื่องมาจากมีความรับผิดชอบมากขึ้น

- ไพ่แจ็คโพธิ์แดงจะหันหน้ามองโพธิ์แดงตรงๆ ส่วน คิงส์ จะหันมองเพียงข้างๆ ความหมายก็คือเมื่อวัยหนุ่มคนเราจะให้ความสนใจในเรื่องของความรักใคร่มากเป็นพิเศษแต่เมื่ออายุมากขึ้นความสนใจเรื่องนี้ก็จะน้อยลงแต่ไปให้ความสนใจในเรื่องอื่นแทน เช่น หน้าที่การงาน หรือ เงินทองทรัพย์สมบัติ

 - ไพ่โพธิ์ดำเป็นไพ่เพียงชนิดเดียวที่ ทั้ง แจ็ค แหม คิงส์ หันหลังให้ทั้งหมด เปรียบได้กับคนที่ไม่ว่า จะเป็นหญิงหรือชาย ทั้งแก่และหนุ่มสาวล้วนมีความ กลัวตายกันทั้งนั้น

แถม

ไพ่คิงโพธิ์แดงเป็นคิงคนเดียวที่ไม่มีหนวด ส่วนไพ่แจ๊คที่ไม่มีหนวดคือ แจ๊คดอกจิกนะจะบอกให้